เมืองแพรกศรีราชา

เมืองแพรกศรีราชาตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย เคยเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่ง มีมาแต่ครั้งสมัยสุโขทัยจวบจนถึงสมัยอยุธยา ปัจจุบันปรากฏซากโบราณสถานกระจายอยู่ทั่วไป โบราณสถานบางแห่งมีร่องรอยศิลปะที่น่าชม ส่วนใหญ่เป็นศิลปะสมัยสุพรรณภูมิและอโยธยาที่เรียกว่าสมัยอู่ทอง (ก่อนสมัยอยุธยา) เมืองนี้จึงเหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดี

ที่ตั้ง ริมแม่น้ำน้อย อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท

รถยนต์ส่วนตัว จาก อ.เมืองชัยนาทใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ไปทาง จ.สุพรรณบุรี ถึงสี่แยกเข้าตัว อ.สรรคบุรีให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1.5 กม. ที่ว่าการอำเภออยู่ทางขวา ให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.หน้าพระลานไปเล็กน้อย พบวัดมหาธาตุ เมืองสรรคบุรี ทางขวาวัดพระยาแรกอยู่ถัดวัดมหาธาตุขึ้นไป ส่วนวัดสองพี่น้องให้ไปต่ออีก 400 ม.พบ ซ.หน้าพระลาน 7 ทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไป 200 ม. วัดโตนดหลายอยู่ถัดไปจากวัดสองพี่น้องประมาณ 300 ม.

ส่วนวัดพระแก้วนั้น ให้ใช้ถนนเลียบคลองชลประทานไปทางวัดสกุณารามประมาณ 2.2 กม. พบทางเข้าวัดทางขวา ข้ามสะพานข้ามคลองชลประทานไปก็ถึงบริเวณวัด

รถประจำทาง ขึ้นรถสายชัยนาท – สรรคบุรี ลงที่ที่ว่าการ อ.สรรคบุรี แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปโบราณสถานต่างๆ ราคาแห่งละประมาณ 10 บาท

ประวัติ นักวิชาการบางท่านเชื่อว่า เมืองแพรกศรีราชากับเมืองสรรค์เป็นเมืองเดียวกัน ชื่อเมืองแพรกศรีราชาปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 สมัยสุโขทัย และ เอกสารโบราณ อื่นๆ

ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า เมืองนี้มีมาแต่ครั้งนั้นแล้ว และเจริญขึ้นเป็นเมืองสำคัญในลุ่มแม่น้ำน้อย หรืออาจสรุปได้ว่าเจริญร่วมสมัยกับเมืองสุพรรณภูมิ เมืองลพบุรี เมืองสุโขทัย และเมืองอโยธยา (เมืองอู่ทอง)จนถึงสมัยอยุธยา ด้วยเหตุนี้เมื่อพิจารณาจากภาพถ่ายดาวเทียมจะเห็นว่า ผังการตั้งเมืองสลับซับซ้อน เพราะเป็นชุมชนเมืองมาหลายยุคหลายสมัยนั่นเอง

เมืองแพรกศรีราชาหรือเมืองสรรค์มีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรมาโดยตลอด โดยเฉพาะในสมัยอยุธยา ดังปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารสมัยอยุธยาว่า สมเด็จพระนครินทราธราชโปรดให้เจ้ายี่พระยามาปกครองเมืองนี้ และเจ้าสามพระยาครองเมืองชัยนาท

สิ่งน่าสนใจ
• วัดมหาธาตุ เมืองสรรคบุรี
- ที่ตั้ง ริมแม่น้ำน้อย ถ.หน้าลาน ในเขตเทศบาล ต.แพรกศรีราชา

เป็นวัดขนาดใหญ่อยู่ริมแม่น้ำน้อย แต่ปัจจุบันมีบ้านเรือนปลูกอยู่ประชิดแม่น้ำ จึงดูเหมือนว่าวัดไม่ได้ตั้งอยู่ริมน้ำ ชื่อเดิมขอววัดคือวัดหัวเมืองหรือศีรษะเมือง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอู่ทองหรืออโยธยา และได้รับการบูรณะในสมัยอยุธยา ช่วงที่เจ้ายี่พระยาแห่งกรุงศรีอยุธยาครองเมืองสรรค์อยู่นั้น วัดแห่งนี้น่าจะเจริญรุ่งเรืองมากในปี พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จมาทีวัดนี้ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2478

ภายในบริเวณวัดเป็นที่ตั้งของปรางค์กลีบมะเฟื่องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของเมืองสรรคบุรีที่มีมาแต่โบราณและโบราณสถานที่ไม่ควรพลาดชม ดังนี้

- ปรางค์กลีบมะเฟื่อง ตั้งอยู่ข้างวิหาร องค์ปรางค์ลักษณะคล้ายปรางค์กลีบมะเฟื่องที่วัดมหาธาตุ จ.ลพบุรี สูงราว 20 ม. อยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง บนองค์ปรางค์มีซุ้มจระนำทั้งสี่ทิศ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ปรางกลีบมะเฟื่องเป็นสถาปัตยกรรมที่นิยมทำกันในสมัยอู่ทอง โดยกลีบมะเฟื่องบนองค์ปรางค์วัดนี้มีทั้งหมด 28 กลีบอันหมายถึงจำนวนดาวฤกษ์ 28 กลุ่มตามคัมภีร์ของลัทธิมหายานกรมศิลปากรได้ทำการบูรณะเมื่อปี พ.ศ. 2526

- วิหารเก่า ปัจจุบันเหลือเพียงพระพุทธรูปปูนปั้นประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง เป็นวิหารศิลปะอยุธยาตอนต้น มีเสาแปดเหลี่ยม ที่หัวเสามีร่องรอยปูนปั้นเป็นรูปดอกบัวประดับตกแต่งอยู่มีทางขึ้นด้านหน้าเพียงด้านเดียว ส่วนด้านหลังเป็นทางเดินเชื่อมกับระเบียงคดที่ออกไปสู่ลานพระธาตุ

- โบสถ์ เป็นอาคารยาว มีสถาปัตยกรรมแบบที่นิยมกันในสมัยอู่ทองจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ลักษณะที่เด่นชัดคือ เสาทุกต้นที่ตั้งอยู่ทั้งในด้านยาวและด้านกว้างของอาคารมีบัวหัวเสาประดับอันเป็นลักษณะที่นิยมทำกันมากในยุคนั้น นอกจากนี้ยังมีรูปแบบสถาปัตยกรรมช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ผสม คือการสร้างหลังคาคลุมมาจนถึงมุขทางขึ้นด้านหน้า

- หลวงพ่อหลักเมืองและเสาหินหลักเมือง หลวงพ่อหลักเมืองหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อหมอ ประดิษฐานอยู่ในวิหารเล็กติดกับวิหารเก่า เป็นพระพุทธรูปศิลาปางมารวิชัย ด้านหลังองค์หลวงพ่อมีเสาหินหลักเมืองโบราณตั้งอยู่

• วัดพระยาแพรก
- ที่ตั้ง อยู่ข้างวัดมหาธาตุ เมืองสรรคบุรี

เป็นวัดโบราณอีกแห่งหนึ่งในเมืองโบราณแพรกศรีราชาปัจจุบันเหลือเพียงซากเจดีย์และส่วนฐานวิหาร ส่วนกลางองค์เจดีย์มีลักษณะเป็นแปดเหลี่ยม มีผนังแปดด้าน แต่ละด้านมีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปยืนที่ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพชำรุด

• วัดสองพี่น้อง
- ที่ตั้ง ซ.หน้าพระลาน 7 บ้านแพรกศรีราชา ต.แพรกศรีราชาห่างจาก วัดมหาธาตุประมาณ 600 ม.

ปัจจุบันเหลือเพียงซากเจดีย์สององค์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นนสมัยอู่ทอง เป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมองค์หนึ่ง อีกองค์มีลักษณะคล้ายปรางค์ บนองค์เจดีย์ทั้งสองทำเป็นซุ้มจระนำ ภายในซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป การทำซุ้มจระนำบนองค์เจดีย์นี้เป็นลักษณะที่นิยมในสมัยอู่ทอง

• วัดโตนดหลาย
- ที่ตั้ง อยู่ห่างจากวัดสองพี่น้องประมาณ 300 ม.

ในบริเวณวัดมีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย ยอดเจดีย์เป็นรูปดอกบัวตูม

• วัดพระแก้ว

- ที่ตั้ง ถนนสายชัณสูตร – สิงห์บุรี บ้านบางน้ำพระ ต.แพรกศรีราชา

สันนิษฐานว่าสร้างพร้อมกับวัดมหาธาตุ เมืองสรรคบุรี เป็นวัดป่าฝ่ายอรัญวาสีหรือฝ่ายวิปัสสนาธุระ ผังวัดมีเจดีย์เป็นประธานของวัด ตั้งอยู่ในระนาบเดียวกับวิหารที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากเสาอาคาร

ภายในบริเวณวัดมีสิ่งน่าสนใจดังนี้
- เจดีย์สี่เหลี่ยม เป็นเจดีย์สมัยอู่ทองรุ่นเก่า ซึ่งเป็นประธานของวัด ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมสองชั้น บนฐานชั้นที่ 2 ทำเป็นซุ้มจระนำทั้งสี่ด้าน ในซุ้มประดิษฐานพระยืน ถัดขึ้นไปเป็นชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นทรงแปดเหลี่ยม ทำเป็นซุ้มจระนำประดิษฐานพระยืนทั้งสี่ทิศ นับเป็นเจดีย์ที่งดงามทีเดียว

- หลวงพ่อฉาย ประดิษฐานอยู่ในวิหารด้านหน้าเจดีย์สี่เหลี่ยม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยอยุธยา ทำด้วยหินทรายแดง ปัจจุบันลงรักปิดทองเหลืองอร่ามทั้งองค์ ที่น่าสนใจคือด้านหลังองค์พระแกะสลักเป็นรูปพระศิวะหลั่งน้ำมายังช้างที่นอนหงาย บางคนก็ดูเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ






ที่พักที่ใน ชัยนาท ราคาประหยัด



สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัด ชัยนาท



  


ที่เที่ยวแนะนำในหน้าร้อน

เกาะเสม็ด หาดทรายแก้ว

ไประยองต้อง”เกาะเสม็ด” เชื่อได้เลยว่าถ้าพูดถึงจั...

เกาะ สมุย

เกาะสมุยเป็นเกาะใหญ่ที่สุดและมีคนอยู่อาศัยมากที่สุดในสุราษฎร...

เกาะช้าง

เกาะช้าง จ.ตราด อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 315 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 2,...

หาดหัวหิน

ด้วยเสน่ห์ของหาดหัวหินที่มีหาดทรายขาวสะอาดและกว้างยาวสุดสายตาความยา...