ดอยอินทนนท์

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่งดงามไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวบนเขา ถ้ำ น้ำตก เดินป่า กางเต้นท์พักแรมกลางป่า ทั้งมีรีสอร์ต และบ้านพักของอุทยานฯ ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ถ้าจะเที่ยวในแบบขอพักอยู่ตามบ้านชาวบ้านที่ยินดีรับแขกเข้าพัก โดยใช้ชีวิตประจำคล้ายสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว จะยิ่งซาบซึ้ง ได้สัมผัสกับน้ำใจ อาหาร และขนบธรรมเนียมประเพณีชาวเหนืออย่างดื่มด่ำ

บนยอดดอยอินทนนท์ มีผืนป่าดิบดึกดำบรรพ์อันกว้างใหญ่สมบูรณ์ปกคลุม ซึ่งน้อยคนนักจะได้สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริงของภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศ ในอดีตมีเพียงเส้นทางเล็ก ๆ ตัดขึ้นไปสู่ป่าลึกอันชุ่มชื้นและหนาวเย็น จึงจะได้พบเห็นกล้วยไม้และพันธุ์ไม้ป่าที่สวยงามและหายากยิ่ง นับแต่รองเท้านารีอินทนนท์ที่ค้นพบเป็นแห่งแรกบนดอยนี้ เอื้องกำเบ้อ ซึ่งเป็นกล้วยไม้จำพวกซิมบิเดียม มีสีเหลืองทอง ยังมีกุหลาบพันปีที่มีลำต้นสูงใหญ่กว่ากุหลาบแดงบนภูหลวงและภูกระดึงมากมายนัก อีกทั้งดอกไม้ป่าอีกหลายชนิดที่ขึ้นดารดาษทั่วหุบเขา สลับกับพันธุ์ไม้จำพวกเฟิร์น ออสมันดา และอื่น ๆ เทือกเขาสูงมิได้มีเพียงยอดสูงสุด คือ ดอยอ่างกาหลวงเท่านั้น ทว่าเทือกเขาดอยอินทนนท์นั้นคือแนวทิวเขาสลับซับซ้อนตอนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยอันพาดผ่านชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือลงไป มียอดดอยอินทนนท์ เป็นยอดสูงสุด สูงถึง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นที่ประดิษฐานกู่พระอัฐิของพระเจ้าอินทวิชานนท์ ผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ 7 และเป็นที่ตั้งของสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทย ไม่ว่าฤดูกาลใด อากาศเย็นตลอดปี ราว 5 ? 18 องศาเซลเซียส

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ผ่านอำเภอหางดงและอำเภอสันปาตอง ไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 (จอมทอง-ดอยอินทนนท์) จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 (น้ำตกแม่กลาง) และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 49.8 กิโลเมตร ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31

รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่-จอมทอง)ผ่าน อ.หางดง อ.สันป่าตอง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1009 ตรงหลัก กม.57 ก่อนถึงตัว อ.จอมทองประมาณ 1 กม. จากทางแยกไปอีกประมาณ 8 กม.ก็จะถึงด่านตรวจของ อช.ดอยอินทนนท์ ถนนจะไปสิ้นสุดตรงยอดดอย เป็นทางลาดยางตลอดสาย เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว โปรดขับรถด้วยความระมัดระวัง และรถควรมีกำลังเพียงพอ รวมระยะทางจากจอมทองถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 48 กม. จากเชิงดอยถึงยอดดอยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.

รถประจำทาง นั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทอง เมื่อถึงจอมทองแล้วใช้บริการรถสองแถวสายจอมทอง-อินทนนท์ สำหรับผู้ชื่นชอบการโบกรถ อาจขออาศัยรถที่วิ่งผ่านมาไปลงยังจุดที่ต้องการได้

ค่าธรรมเนียม อช.ดอยอินทนนท์ มีด่านตรวจเพื่อป้องกันการลักลอบล่าลัตว์และเก็บของป่าทั้งหมดสี่แห่งคือ ทางเข้าน้ำตกแม่ยะ ทางเข้าน้ำตกแม่กลาง บนทางหลางสาย 1009 ตรง กม.8.2 และกม.37.4 โดยเก็บค่าธรรมเนียมดังนี้

-ยานพาหนะสี่ล้อ 30 บาท
-ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก(อายุ 3-14 ปี)10 บาท

นักท่องเที่ยวสามารถชำระค่าธรรมเนียมที่ด้านตรวจใดก็ได้แต่ต้องเก็บหางบัตรค่าธรรมเนียมไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจอื่น เพื่อใช้ผ่านเข้า-ออกอุทยานภายใน 1 วัน โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำอีก

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ภายในอุทยานมีตู้โทรศัพท์สาธารณะ ร้านอาหาร และร้านจำหน่ายสินค้าจำเป็นพื้นฐานทั้งของอุทยาน และของชาวม้งบ้านขุนกลาง ทางอุทยานไม่อนุญาตให้ก่อไผ แต่อนุญาตให้ใช้เตาถ่านได้ มีบริการที่ร้านค้าของบ้านม้งขุนกลาง ค่าเช่าคืนละ 50 บาท/เตา ภายในมีบ้านพักในป่าสนขุนกลาง จำนวน 10 หลัง และเป็นพื้นที่กางเต็นท์ ที่พักแห่งใหม่คือบริเวณหน่วยพิทักษ์ อช.น้ำตกแม่ปานห้วยทรายเหลือง บนทางหลวงหมายเลข 1192 (อินทนนท์-แม่แจ่ม) กม.6 มีล้านพักแบบค่ายเยาวชน บ้านแฝด และที่กางเต็นท์ สำหรับผู้มาจัดกิจกรรมเป็นกลุ่มใหญ่ ติดต่อที่ที่ทำการ อช.ดอยอินทนนท์ โทร.0-5326-8550,0-5326-8552

ที่พักอีกจุดหนึ่งเป็นที่กางเต็นท์ในนาข้าวของชาวกะเหรี่ยงใกล้กับบ้านแม่กลางหลวง หลัก กม.26 เป็นที่พักแรมที่ดำเนินงานในรูปสหกรณ์การท่องเที่ยวของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพาเที่ยวชมหมู่บ้านกะเหรี่ยง ท่องเที่ยวน้ำตก และจัดค่ายต่างๆ ติดต่อได้ที่ซัมมิท อีโค ลอดจ์ 42/2 หมู่ 11 อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160 หรือ ชิติพัทธ์ โพธิ์รักษา โทร.0-1881-7346

สำหรับนักดูนก สามารถกางเต็นท์ได้ที่ด้านหลังร้านลุงแดงซึ่งเป็นพื้นที่ของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง ริมลำห้วย มีห้องน้ำบริการอย่างสะดวกสบาย เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท/คน/คืน

สิงน่าสนใจ

น้ำตกแม่ยะ
- การเดินทาง อยู่ทางตอนใต้ของ อช.ดอยอินทนนท์ เมื่อเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 ไปประมาณ 1 กม. จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายเมื่อผ่านร้านค้าชุมชน มีป้ายบอกทางขนาดเล็ก ให้เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 14 กม.

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูงประมาณ 280 ม. มีทั้งหมด 30 ชั้น มีต้นกำเนิดมาจากดอยอินทนนท์ ในฤดูน้ำหลากสายน้ำจะแผ่กระจายออกไปตามเชิงผาที่กว้างราว 100 ม.ในช่วงหน้าแล้งแม้จะมีน้ำน้อยกว่าหน้าฝน แต่ใสสะอาดดูสวยงามไปอีกแบบ และยังเล่นน้ำได้ปลอดภัยกว่า

น้ำตกแม่กลาง
- การเดินทาง อยู่ใกล้กับทางแยกไปด่านตรวจ อช.เมื่อวิ่งตามทางหลวงสาย 1009 ไปประมาณ 8 กม. จะมีทางแยก ให้ไปทางซ้ายประมาณ 500 ม. จะถึงตัวน้ำตก

จัดเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่เพราะขนาดใหญ่และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ทางเข้าน้ำตกมีด่านตรวจซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียม ทางซ้ายมือเป็นลำน้ำแม่กลางอันเป็นที่มาของชื่อน้ำตก ประมาณ 180 ม. จากด่านจะถึงตัวน้ำตก ทางขวามือมีศาลาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจได้ และมีทางเดินขึ้นไปบนผาคันนาและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

น้ำตกแม่กลางมี “วัง” หรือแองน้ำลึกให้เล่นน้ำอยู่หลายวัง แต่โปรดใช้ความระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่น้ำหลาก ความแรงของกระแสน้ำอาจพัดพาให้ไปติดหลืบหินเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ๐ถ้ำบริจินดา -การเดินทาง เลยด่านตรวจ อช.ประมาณ 500 ม. ทางขวามีทางดินลูกรังผ่านไปตามป่าเต็งรังที่ยังสมบูรณ์ ประมาณ 1 กม. ถนนจะไปสุดที่ริมลำน้ำแม่หอย จอดรถที่นี่ เดินข้ามลำน้ำไปตามทางผ่านป่าไผ่อีกประมาณ 1 กม. เส้นทางค่อนข้างชัน

เป็นถ้ำที่เกิดบนเขาหินปูนซึ่งมีอยู่น้อยมากในเขตอุทยานฯหินปูน บริเวณนี้เป็นหินยุคออร์โดวิเชียน ประมาณ 500 ล้านปีก่อน ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย (ชาวเหนือเรียกนมผา) ที่ธรรมชาติใช้เวลาสร้างสรรค์มานับล้านๆ ปี

น้ำตกวชิรธาร
- การเดินทาง อยู่บริเวณ กม.20 มีทางเข้าสองทาง คือ ทางด้านล่างประมาณ กม.20 มีทางรถเข้าไป 1 กม. ก็จะถึงด่านล่างของน้ำตก อีกทางหนึ่งเลย กม.20 มา 500 ม. ทางขวามือมีลานจอดรถ และมีทางเดินเท้าลงสู่น้ำตกประมาณ 350 ม.

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ “ตาดฆ้องโยง” ต่อมาเปลี่ยนชื่อตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็น “น้ำตกวชิรธาร” น้ำตกจะไหลจากหน้าผาลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง มีความสูงประมาณ 80 ม. ฝั่งตรงข้ามมีเชิงผาสูงชันเรียกว่า “ผาม่อนแก้ว” ความงามอีกประการหนึ่งของน้ำตกแห่งนี้คือสายรุ้งที่โอบลำน้ำ เกิดจากดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันที่สาดส่องกระทบกับละอองน้ำของน้ำตก

โครงการหลวงบ้านขุนกลางและน้ำตกสิริภูมิ
- การเดินทาง ก่อนถึงที่ทำการ กม.31 ประมาณ 100 ม. มีทางแยกเข้าบ้านขุนหลวง
เป็นชุมชนชาวเขาเผ่าม้งขนาดใหญ่ มีทางแยกซ้ายมือเข้าไปยังสถานีโครงการหลวงฯ และน้ำตกสิริภูมิ ซึ่งเป็นสายน้ำสองสายไหลคู่กันตกลงมาจากหน้าผาสูง เดิมเรียกว่า “น้ำตกเลาลี” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ น้ำตกจะอยู่ห่างจากปากทางประมาณ 1 กม. ระหว่างทางจะพบแปลงไม้ดอกไม้ผลเมืองหนาว

พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
  พ.ศ.2530 อันเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ กองทัพอากาศได้ก่อสร้างเจดีย์ทรงระฆังคว่ำรูป 12 เหลี่ยม สูง 55 ม. ที่ยอดปลีสีทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ภายในโถงกลางรูปโดม 12 เหลี่ยมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง แกะสลักด้วยหินหยกขาว

บริเวณโดยรอบพระมหาธาตุทั้งสององค์ ได้รับการตกแต่งจัดสวนอย่างงดงาม และมีจุดชมวิว ตอนเข้าสามารถมาชมทะเลหมอกที่นี่ได้ หรือถ้าอากาศเปิดจะมองเห็น อ.แม่แจ่มอยู่ในหุบขา

ยอดดอยอินทนนท์
บริเวณยอดดอยเดิมเรียกว่า “อ่างกาหลวง” เนื่องจากมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำขังตลอดปี และมีหินก้อนใหญ่เหมือนรูปกาตั้งอยู่จึงเรียกว่า “อ่างกาหลวง” ต่อมาเมื่อมีการนำพระอัฐิของเจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้ครองนครเชียงใหม่ขึ้นไปประดิษฐานจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “ดอยอินทนนท์” ปัจจุบันบนยอดดอยยังเป็นที่ตั้งของสถานีเรดาห์ของกองทัพอากาศ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับดอยอินทนนท์จัดทำไว้อย่างดี นอกจากสัมผัสกับความหนาวเย็นของยอดดอยแล้ว ยังมีนกหายากหลายชนิดหากินอยู่ตามป่าสองข้างทาง นกเหล่านี้ค่อนข้างเชื่อง สามารถดูนกได้อย่างใกล้ชิด เช่น นกศิวะหางสีตาล นกอีแพรดท้องเหลือง นกกินปลีหลายชนิด เป็นต้น

เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง
เส้นทางนี้มีระยะทางเพียง 300 ม. แต่ผ่านสิ่งน่าสนใจหลายอย่าง ทางจะเดินไปตามสะพานไม้ พบข้าวตอกฤาษีซึ่งเป็นมอสขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขึ้นเฉพาะในที่อากาศหนาวเย็นและมีความชุ่มชื้นสูง ตั้งแต่ระดับ 1,000 ม. ขึ้นไป มีลำต้นสีขาวออกเขียว ตรงส่วนยอดสีแดง ขึ้นปกคลุมอยู่ใต้ต้นกุหลาบพันปีที่ออกดอกแดงสะพรั่งประมาณเดือน ม.ค.-ก.พ.

ถัดไปจะพบที่โล่งว่างซึ่งเป็น “พรุ” ที่มีน้ำขังอยู่ตลอดเวลาเป็นพรุน้ำจืดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศ ในพรุนี้มีสัตว์ป่าหายากหลายชนิดอาศัยอยู่ พอถึงช่วงสะพานเลี้ยวซ้าย ทางขวามือซึ่งเป็นที่ราบเชิงเขาจะมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากปกคลุมด้วยมอสและเฟินเต็มต้น เหมือนต้นไหมผ้ากันหนาว ตามทางจะมีป้ายความรู้ เช่น “อิงอาศัย” วิหคไพร” “ต้นน้ำ” อธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ว่าจะเป็นนก ต้นไม้ และสัตว์ต่างๆ ลองสังเกตสภาพธรรมชาติรอบตัว คุณจะเห็นสิ่งเล็กๆ ที่งดงามได้เสมอ

ขณะเดินศึกษาธรรมชาติทั้งสองเส้นทาง อาจรู้สึกเหนื่อยได้ง่าย เนื่องจากพื้นที่ที่มีระดับความสูงมากๆ ทำให้อากาศมีออกซิเจนน้อย ดังนั้นควรเดินช้าๆ จะดีที่สุด

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
เส้นทางเดินนี้มีระยะทาง 3 กม.มีลานจอดรถกว้างอยู่ด้านหน้า เส้นทางช่วงแรกจะเดินผ่านน้ำตกเล็กๆ สภาพป่าเป็นป่าดงดิบเขา มีสะพานไม้ข้ามห้วย ทางเดินจะเริ่มชันขึ้น ช่วงปลายฤดูฝนถึงปลายฤดูหนาวจะมีขนุนดินซึ่งเป็นพืชกาฝากออกดอกอยู่ตามพื้นรวมถึงเฟินอีกหลายชนิด เส้นทางจะผ่านไปในป่าดงดิบเขาเกือบ 1 กม. แล้วทะลุออกยังสันกิ่วแม่ปานซึ่งเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้าง ลมแรง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงาม ถ้าอากาศดีจะมองเห็น อ.แม่แจ่มได้

จากนั้นทางเดินลงมาตามสันเขาพบดงต้นกุหลาบพันปี ประมาณเดือน ม.ค.-ก.พ. กุหลาบพันปีออกดอกสีแดงพราวไปทั้งต้น ซึ่งมีนกหลายชนิดมากินน้ำหวาน โดยเฉพาะนกกินปลีหางยาวเขียวและนกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า นอกจากนี้ยังมีต้นไม้เล็กๆ ที่ออกดอกอยู่สองข้างทางอย่างช้ามะยมดอย ต่างไก่ป่า ทางช่วงสุดท้ายผ่านป่าดงดิบอีกครั้ง ลองสังเกตตามข้างทางจะพบเห็ดรูปร่างประหาลดหรือสีสันสวยงามได้ไม่ยากนัก

น้ำตกแม่ปานและน้ำตกห้วยทรายเหลือง
- การเดินทาง ถ้ามาจากด่านตรวจ กม.37.5 มีทางแยกซ้ายมือลงมา 6 กม. มีป้ายบอกทางไปน้ำตกประมาณ 9 กม. เส้นทางเป็นดินลูกรังอัดแน่น แต่ในฤดูฝนจะลื่นมาก เมื่อถึงหน่วยพิทักษ์ฯ จะมีลานจอดรถกว้างขวาง

น้ำตกแม่ปานนับเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุดใน จ.เชียงใหม่ และมีความสวยงามตามธรรมชาติ ที่ว่ายาวนั้นเพราะน้ำจะลัดเลาะตกลงมาจากหน้าผาลดหลั่นกันลงมาเป็นทางยาวถึง 100 ม. ถ้ามองดูอยู่ไกลๆ จะเห็นสายน้ำยาวสีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ เบื้องล่างมีแอ่งน้ำธรรมชาติสำหรับเล่นน้ำ สภาพป่าบริเวณนี้เป็นป่าดงดิบเขา ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกและพรรณไม้หลากชนิดให้ชม ส่วนน้ำตกห้วยทรายเหลืองเป็นน้ำตกขนาดปานกลาง มีน้ำไหลตลอดทั้งปี น้ำตกอยู่ใกล้กับที่จอดรถ มีศาลาพักร้อนสำหรับผู้มาเที่ยวน้ำตก

น้ำตกสิริธาร
เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เพิ่งค้นพบใหม่ และจัดสร้างเส้นทางเดินเท้าไปยังจุดชมน้ำตก เมื่อปี พ.ศ.2545 ที่ผ่านมา โดยได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อเดือน มี.ค.2545

จากลานจอดรถต้องเดินลงเนินไปอีก 100 ม. จะถึงจุดชมน้ำตก น้ำตกแห่งนี้เกิดจากลำห้วยแม่กลางไหลตกจากผาหินสองช่วง แต่ละช่วงสูงประมาณ 20 ม. ชั้นบนเป็นสายน้ำสองสายไหลลงมายังแอ่งน้ำเบื้องล่าง จากนั้นไหลตกลงมาจากผาหินเบื้องล่างอีกระดับหนึ่ง เกิดเป็นสายน้ำตกท่ามกลางป่าร่มรื่น มีทางเดินลัดเลาะไปยังลำธารได้ แต่เนื่องจากสายน้ำไหลเชี่ยว จึงไม่เหมาะสำหรับเล่นน้ำ
 






สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัด เชียงใหม่



  


ที่เที่ยวแนะนำในหน้าร้อน

เกาะเสม็ด หาดทรายแก้ว

ไประยองต้อง”เกาะเสม็ด” เชื่อได้เลยว่าถ้าพูดถึงจั...

เกาะ สมุย

เกาะสมุยเป็นเกาะใหญ่ที่สุดและมีคนอยู่อาศัยมากที่สุดในสุราษฎร...

หาดหัวหิน

ด้วยเสน่ห์ของหาดหัวหินที่มีหาดทรายขาวสะอาดและกว้างยาวสุดสายตาความยา...

เกาะช้าง

เกาะช้าง จ.ตราด อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 315 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 2,...